การเลือกมัลติมิเตอร์
รูปข้างล่างเป็นมัลติมิเตอร์ที่มีราคาพอประมาณซึ่งเหมาะที่จะใช้กับอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป สามารถซื้อได้ในราคาราว1000 บาท ราคาที่ถูกมากกว่านี้อาจจะะพอใช้ได้กับโครงงานง่ายๆ แต่ในที่สุดก็คง ต้องหาซื้อใหม่อยู่ดี มัลติมิเตอร์ตัวแรกของคุณควรเลือกแบบดิจิตอลจะดีที่สุดหากจะเลือกซื้อมัลติมิเตอร์ชนิดอนาลอกควรเลือกที่มีความไวสูงสำหรับพิสัยแรงดันกระแสไฟตรง เช่น 20k/V หรือมากกว่า หากต่ำกว่านี้จะไม่เหมาะกับอิเล็กทรอนิกส์ ปกติค่าความไวจะแสดงไว้ที่มุม ของเสกล ไม่ต้องไปสนใจค่ากระแสสลับต่ำๆ (ความไวของพิสัยกระแสสลับมีความสำคัญน้อยกว่า) ค่าสูงๆของไฟกระแสตรงก็สำคัญเช่นกัน ต้องระวังมัลติมิเตอร์ชนิดอนาลอกที่ขายราคาถูก เหมาะใช้ วัดไฟฟ้าในรถยนต์ จะมีความไวต่ำมาก
| มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล ของ Rapid Electronics |
มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล
ดิจิตอลมิเตอร์แทบทุกชนิดใช้กำลังงานจากแบตเตอรี่ จึงไม่มีการกินกำลังจากวงจรที่ทดสอบ นั่นหมายถึงว่าในพิสัยแรงดันกระแสตรงมีความต้านทาน สูงมาก (ปกติเรียกว่าอิมพิแดนซ์ด้านเข้า) ประมาณ 1Mพิสัยการวัดธรรมดาทั่วไปสำหรับมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล(เหมือนตัวในรูป):
(ค่าที่ให้นี้เป็นค่าที่อ่านได้สูงสุดในแต่ละพิสัย)
- แรงดัน DC: 200mV, 2000mV, 20V, 200V, 600V.
- แรงดัน AC: 200V, 600V.
- กระแส DC: 200µA, 2000µA, 20mA, 200mA, 10A*.
*พิสัย 10A ปกติไม่ผ่านฟิวส์ และต้องต่อวัดกับช่องเสียบแยกต่างหาก - กระแส AC: ไม่มี (ไม่จำเป็นที่จะวัด)
- ความต้านทาน: 200
, 2000
, 20k
, 200k
, 2000k
, ทดสอบไดโอด
มัลติมิเตอร์แบบอนาลอก |
| SANWA YX-361TR มัลติมิเตอร์ยอดนิยมของ ญี่ปุ่นราคาแพงหน่อยแต่ถ้าเป็นของจีนแดง ยี่ห้อ SUNWA ราคาถูกกว่าประมาณ5เท่า |
มัลติมิเตอร์แบบอนาลอก
มัลติมิเตอร์แบบอนาลอกจะกินกำลังเล็กน้อยจากวงจรที่ทดสอบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีความไวอย่างน้อย 20kแบตเตอรี่ภายในมิเตอร์มีไว้สำหรับพิสัยการวัดความต้านทาน ใช้ได้นานเป็นปี แต่ต้องไม่ให้สายมิเตอร์แตะกัน หากตั้งพิสัยการวัดความต้านทานไว้ เพราะจะทำให้แบตเตอรี่หมด และเพื่อป้องกันแบตเตอรี่หมดเร็ว เมื่อเลิกใช้งานควรปรับตั้งไว้ที่ตำแหน่งอื่นๆหรือตำแหน่งปิด
พิสัยการวัดธรรมดาทั่วไปสำหรับมัลติมิเตอร์แบบอนาลอก(เหมือนตัวในรูป):
(ค่าแรงดันและกระแสที่ให้นี้เป็นค่าที่อ่านได้สูงสุดในแต่ละพิสัย)
- แรงดัน DC: 0.5V, 2.5V, 10V, 50V, 250V, 1000V.
- แรงดัน AC: 10V, 50V, 250V, 1000V.
- กระแส DC: 50µA, 2.5mA, 25mA, 250mA.
ปกติมิเตอร์แบบนี้จะไม่มีพิสัยวัดกระแสสูง - กระแส AC: ไม่มี (ไม่จำเป็นที่จะวัด)
- ความต้านทาน: 20
, 200
, 2k
, 20k
, 200k
.
ค่านี้เป็นค่าความต้านทานที่กลางเสกลชองแต่ละพิสัย
ความไวของมัลติมิเตอร์แบบอนาลอก
มัลติมิเตอร์ต้องมีความไวอย่างน้อย 20kที่พิสัยการวัดแรงดันกระแสตรงใดๆ:
ความต้านทานของมิเตอร์แบบอนาลอก = ความไว × ค่าอ่านสูงสุดของพิสัย
เช่น มิเตอร์ที่มีความไว 20k/V ที่พิสัย 10V จะมีความต้านทาน 20k
/V × 10V = 200k
.
สำหรับมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอลแล้วจะต่างออกไปคือค่าความต้านทานทุกพิสัยการวัดแรงดันกระแสตรงจะคงที่ อย่างน้อยก็ 1M (ส่วนมาก10M
) ซึ่งมากพอสำหรับการวัดทดสอบได้กับ วงจรทุกรูปแบบ
การวัดแรงดันและกระแสด้วยมัลติมิเตอร์
- เลือกพิสัยการวัดที่คาดว่าสูงกว่าค่าแรงดันที่เราจะวัด
- ต่อมิเตอร์ โดยต้องแน่ใจว่าถูกขั้ว
มิเตอร์แบบดิจิตอลต่อผิดขั้วไม่เป็นไร แต่มิเตอร์แบบอนาลอกหากกลับขั้วจะทำให้เสียหายได้ - หากค่าที่อ่านได้เกินเสกล: ต้องเอาสายแดงมิเตอร์ออกทันที
แล้วเลือกพิสัยที่สูงกว่าก่อนวัดใหม่สายวัดมิเตอร์(โพรบ) สีแดงบวก(+) สีดำลบ(-)
- ต้องเอาสายวัดออกจากวงจรทดสอบก่อนที่จะปรับเปลี่ยนพิสัยการวัด
- ต้องตรวจดูพิสัยการวัดก่อนที่จะต่อเข้าวงจรทดสอบเสมอ
- อย่าปรับมัลติมิเตอร์ทิ้งไว้ที่พิสัยการวัดกระแส(ยกเว้นเมื่อต้องการวัดกระแส)
อันตรายสูงสุดทำให้มิเตอร์เสียหายเกิดจากพิสัยการวัดกระแส เพราะมึความต้านทานต่ำมาก
การวัดแรงดันที่จุดต่างๆ
เมื่อทดสอบวงจร เรามักต้องการทราบค่าแรงดันที่จุดต่างๆ เข่น แรงดันที่ขา 2 ของไอซีไทเมอร์ 555 ตอนแรกอาจยังงงว่าจะต่อสายวัดของมัลติมิเตอร์อย่างไร| การวัดแรงดันที่จุดต่างๆ |
- ต่อสายสีดำ (ลบ-) กับ 0V ซึ่งปกติคือขั้วลบของแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายกำลัง
- ต่อสายสีแดง (บวก +) กับจุดที่ต้องการวัดแรงดัน
- สายสีดำสามารถต่อคงที่ไว้ที่ 0V แล้วใช้สายสีแดง เป็นโพรบวัดแรงดันที่จุดต่างๆ
- อาจใช้ปากคีบ(ปากจรเข้)ต่อไว้ที่ปลายสายสีดำของมัลติมิเตอร์ เพื่อสะดวกในการคีบค้างไว้
| เสกลของมัลติมิเตอร์แบบอนาลอก ปรากฎเสกลมากมายลายตา แต่โปรดจำไว้ว่า แต่ละครั้งเราใช้อ่านเพียงเสกลเดียว เสกลบนสุดใช้สำหรับวัดความต้านทาน |
การอ่านเสกลแบบอนาลอก
ตรวจดูการตั้งสวิทช์พิสัยการวัดและเลือกดูเสกลที่เหมาะเจาะ บางพิสัยเมื่ออ่านได้แล้วต้องคูณหรือหารด้วย 10 หรือ 100 ดังตัวอย่างการอ่านจากข้างล่าง สำหรับแรงดันกระแสสลับ การแบ่งเสกลจะค่อนข้างต่างจาก เสกลอื่น ให้อ่านที่เสกลสีแดงตัวอย่างการอ่านจากเสกล:
พิสัย DC 10V : 4.4V (อ่านจากเสกล 0-10 โดยตรง)
พิสัย DC 50V : 22V (อ่านจากเสกล 0-50 โดยตรง)
พิสัย DC 25mA : 11mA (อ่านจากเสกล 0-250 แล้วหารด้วย 10)
พิสัย AC 10V : 4.45V (ใช้เสกลสีแดง แต่อ่านจากเสกล 0-10)
หากยังไม่คุ้นเคยกับการอ่านเสกลแบบอนาลอก ให้กลับไปดู การแสดงผลแบบอนาลอก ในหน้ามิเตอร์แบบธรรมดา
การวัดความต้านทานด้วยมัลติมิเตอร์
การวัดความต้านทานของอุปกรณ์จะต้องไม่วัดในวงจร เพราะจะได้ค่าที่ไม่ถูกต้อง(แม้จะตัดแหล่งจ่ายกำลังออก)หรืออาจทำให้มัลติมิเตอร์เสียหายได้เทคนิคการใช้มิเตอร์แต่ละแบบจะต่างกันจึงขอแยกอธิบายวิธีปฏิบัติดังนี้:
การวัดความต้านทานด้วยมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล
- ตั้งพิสัยการวัดความต้านทานให้สูงกว่าความต้านทานที่คาดว่าจะวัด
สังเกตว่าหน้าปัดมิเตอร์จะแสดงอาการเกินเสกล (ปกติจะว่างเปล่า ยกเว้นเลข 1 ด้านซ้าย) ไม่ต้องกังวล ไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด เพราะเท่ากับเราวัดความต้านทานของอากาศซึ่งมีค่าสูงมาก - เอาสายวัด(โพรบ)มิเตอร์แตะกัน มิเตอร์จะอ่านได้ศูนย์
ถ้าอ่านไม่ได้ศูนย์ ให้บิดสวิทช์ไปตั้งค่าศูนย์ (Set Zero) หากมิเตอร์มีการปรับค่าศูนย์ได้ - ต่อโพรบวัดคร่อมอุปกรณ์
ต้องต่อสัมผัสให้แน่นเพื่อจะได้อ่านค่าที่ถูกต้อง
การวัดความต้านทานด้วยมัลติมิเตอร์แบบอนาลอก
เสกลค่าความต้านทานของมิเตอร์แบบอนาลอกจะอยู่ข้างบนสุด เป็นเสกลที่ไม่ปกติเพราะต้องอ่านค่าย้อนหลังและไม่เป็นเชิงเส้น ทำให้อ่านไม่ค่อยสะดวก แต่จะทำไงได้ในเมื่อมิเตอร์มันทำงานอย่างนั้น
- ตั้งพิสัยการวัดความต้านทานของมิเตอร์ที่เหมาะสม
ควรเลือกพิสัยที่เราคาดว่าความต้านทานที่วัดได้จะอยู่ใกล้ๆกลางเสกล ตัวอย่าง เช่น จากเสกลข้างล่าง หากจะวัดความต้านทานประมาณ 50kให้เลือกพิสัย × 1k
- แตะสายวัดเข้าด้วยกันแล้วปรับปุ่ม "0
ADJ" จนกระทั่งเข็มชี้ที่ศูนย์(ทางด้านขวา)
หากไม่สามารถปรับให้เข็มชี้ศูนย์ได้แสดงว่าแบตเตอรี่ในมิเตอร์หมดต้องเปลี่ยนใหม่ - ต่อโพรบวัดคร่อมอุปกรณ์
ต้องต่อสัมผัสให้แน่นเพื่อจะได้อ่านค่าที่ถูกต้อง
| เสกลของมัลติมิเตอร์แบบอนาลอก เสกลความต้านทานอยู่บนสุด สังเกตว่าต้องอ่านกลับด้านและไม่เป็นเชิงเส้น |
การอ่านเสกลความต้านทานอนาลอก
สำหรับเสกลความต้านทานอยู่บนสุด จะสังเกตเห็นว่าต้องอ่านกลับด้านและไม่เป็นเชิงเส้นตรวจดูสวิทช์พิสัยที่ตั้งไว้ ก็จะรู้ตัวคูณเมื่ออ่านค่าได้
ตัวอย่างอ่านจากเสกลที่แสดงในรูป:
พิสัย × 10 : 260
พิสัย × 1k : 26k
หากยังไม่ชินหรือคุ้นเคยกับการอ่านเสกลแบบอนาลอก ให้ลองไปอ่านหน้าแสดงผลแบบอนาลอก ในส่วนของ มิเตอร์ธรรมดา
การทดสอบไดโอดด้วยมัลติมิเตอร์
เทคนิคการใช้มิเตอร์แต่ละแบบจะต่างกันจึงขอแยกอธิบายวิธีปฏิบัติดังนี้:| ไดโอด a = แอโนด(anode) k = แคโทด(cathode) |
การทดสอบไดโอดด้วยมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล
- มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอลสามารถปรับตั้งเพื่อทดสอบไดโอดโดยเฉพาะ ตรงตำแหน่งที่มีรูปสัญลักษณ์ไดโอด
- ต่อสายสี แดง (+) เข้ากับแอโนด และสายสีดำ (-) เข้ากับแคโทด ไดโอดจะนำกระแสและมิเตอร์จะแสดงค่าออกมา (ปกติแรงดันตกคร่อมไดโอดมีค่าเป็น mV 1000mV = 1V).
- ต่อสายมิเตอร์กลับขั้ว ไดโอดจะไม่นำกระแส มิเตอร์จะแสดงเกินเสกล(ปกติจะว่างเปล่ายกเว้นเลข 1 ด้านซ้าย)
การทดสอบไดโอดด้วยมัลติมิเตอร์แบบอนาลอก
- ตั้งพิสัยการวัดความต้านทานของมัลติมิเตอร์แบบอนาลอกไปที่ค่าต่ำ เช่น × 10.
- สำคัญต้องจำไว้ว่า ขั้วของสายมัลติมิเตอร์แบบอนาลอกจะกลับกันในพิสัยการวัดความต้านทาน คือ สายสีดำเป็นบวก (+) และสายสีแดงเป็นลบ(-) โชคไม่ดีที่เป็นเช่นนี้ แต่จะทำไงได้ในเมื่อมิเตอร์มันต้องทำงานอย่างนั้น
- ต่อสายสีดำ (+) เข้ากับแอโนดและสายสีแดง (-) เข้ากับแคโทด ไดโอดจะนำกระแสและเข็มมิเตอร์ชี้ค่าความต้านทานต่ำ
- ต่อสายกลับขั้ว ไดโอดจะไม่นำกระแส เข็มมิเตอร์จะชี้ที่ค่าความต้านทานอสงไขย(infinity)(ด้านซ้ายของเสกล)
คุณจะพบว่าการทดสอบไดโอดนั้นง่ายมากใน โครงงาน เครื่องทดสอบอย่างง่าย
บนสุดของหน้า การเลือก ดิจิตอล อนาลอก แรงดันและกระแส ความต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์
การทดสอบทรานซิสเตอร์ด้วยมัลติมิเตอร์
| การทดสอบทรานซิสเตอร์ชนิด NPN |
อธิบายข้างบนในการทดสอบไดโอด
วัดแต่ละคู่ทั้สองทาง (รวมวัดหกครั้ง):
- รอยต่อระหว่างเบส-อิมิทเตอร์ (BE) จะมีคุณสมบัติเหมือนกับไดโอดและนำกระแสทางเดียว
- รอยต่อระหว่างเบส-คอลเลคเตอร์ (BC) จะมีคุณสมบัติเหมือนกับไดโอดและนำกระแสทางเดียว
- ระหว่างคอลเลคเตอร์-อิมิทเตอร์ (CE) จะต้องไม่นำกระแสทั้งสองทาง
รายละเอียดมากกว่านี้กรุณาดูที่หน้า ทรานซิสเตอร์
คุณจะพบว่าการทดสอบทรานซิสเตอร์กับโครงงาน เครื่องทดสอบอย่างง่าย นั้นง่ายมาก
มัลติมิเตอร์บางชนิดจะมีฟังชั่นการทดสอบทรานซิสเตอร์ กรุณาทำตามรายละเอียดในคู่มือที่ให้มา
หน้าต่อไป: ความต้านทาน เรียนอิเล็กทรอนิกส์